ทำวีซ่าอังกฤษ

posted on 11 Jul 2008 18:53 by ffman3

 

แต่เดิมเราคิดว่าต้องไปสถานทูตอังกฤษเพื่อทำวีซ่าใช่ไหมคะ...ไม่ใช่ซะแล้วค่ะ เราต้องไปที่ VFS ซึ่งเป็นบริษัทที่สถานทูตอังกฤษทั่วโลกจ้างให้จัดเก็บเอกสารสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าอังกฤษนะคะ

VFS เขาเป็น "ศูนย์รับยื่นวีซ่าอังกฤษ" เท่านั้นนะคะ

ไม่ใช่สถานทูต จึงไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจว่าเราจะได้หรือไม่ได้รับวีซ่าค่ะ หน้าที่แค่เก็บเอกสารเราไปเท่านั้นเอง บางครั้งเขาถามเยอะก็เพื่อให้เอกสารของเราครบถ้วนสมบูรณ์ อย่าโกรธเขานะคะ (ว่าทำไมถามมากจัง) ถ้าเขาถามน้อยแล้วปล่อยให้มันผ่านๆ ไป เราจะไปลำบากตอนวีซ่าไม่ผ่านนี่ล่ะค่ะ

หัวใจของการยื่นวีซ่าคือ "เอกสารต้องครบ" ค่ะ

ถ้าไม่ครบก็จะเสียเวลาสุดขีด ขั้นตอนที่ควรเสร็จในไม่กี่นาทีก็จะกลายเป็นสองสามชั่วโมงค่ะ

กรอกแบบฟอร์มคำร้องวีซ่า VAF3 สำหรับวีซ่านักเรียน

ตอนนี้เขามีแบบฟอร์ม online แล้วค่ะ เราสามารถไปกรอกได้ที่ http://www.visa4uk.fco.gov.uk/ ซึ่งสะดวกมากค่ะ พิมพ์ๆๆๆ แล้วก็ปรินท์เอาไปยื่นนะคะ แต่ข้อควรระวังที่สำคัญมากๆ คือถ้า submit ไปแล้ว เราจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยค่ะ (เฮ้อ....) โชคดีที่กรอกผิดก็เลยมีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังค่ะ

ถ้ากรอกผิด เราจะต้องเอาแบบฟอร์มคำร้องแบบเขียนด้วยมือมากรอกใหม่อีกครั้งนะคะ เห็นว่าค่าธรรมเนียมใบสมัคร 300 บ. แต่ตอนบอกเขาว่า "กรอก online ผิด" เขาก็ยกแบบฟอร์มให้กรอกใหม่ฟรีๆ ค่ะ น่ารักจริง ที่เรากรอกผิดคือ passport ID ค่ะ (ของสำคัญซะด้วย) เพราะตอนแรกกรอกด้วยพาสปอร์ตของตัวเอง แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็นพาสปอร์ตราชการ มันก็เลยพลาดซะนี่ เอิ้กๆๆๆ ^^

ยืนกรอกอยู่ 45 นาที (นี่รีบแล้วนะคะ) แล้วก็ไปกดคิวใหม่เพื่อยื่นเอกสารค่ะ...เวรกรรมซ้ำซัดจริงๆ เรา

การเดินทางไป

ที่จริงมีคนไปส่งล่ะค่ะ แหะๆๆๆ ^^ แต่เห็นว่าอยู่ใกล้สถานี BTS ราชดำรินะคะ ลงแล้วก็เดินไปทาง AUA ค่ะ ตึกที่ถัดจาก AUA คือ "อาคาร์รีเจนท์เฮาส์" ที่ต้งของ VFS ค่ะ

เตรียมเอกสารให้พร้อม

อย่างที่บอกว่าเอกสารคือหัวใจสำคัญค่ะ (ก็เรากำลังจะไปที่ศูนย์ยื่นคำร้องที่รับแต่เอกสารนี่นา) ดังนั้นถ้าลืมเอาอะไรไป รับรองว่าอดยื่น ต้องกลับมาเตรียมใหม่แน่นอนค่ะ สิ่งที่ต้องนำไปด้วย (ขอบอกว่าเวบไซท์ภาษาไทยของ VFS ไม่อัพเดทค่ะ เรารึอยากจะคลั่ง!!!) มีดังนี้นะคะ

  1.  VF3 ที่เรากรอก online แล้วปรินท์ออกมาค่ะ หรือจะเอาแบบฟอร์มที่เขาให้ดาวน์โหลด ปรินท์แล้วกรอกด้วยมือก็ได้ พยายามกรอกให้ครบที่เราจำเป็นต้องกรอกนะคะ ให้ข้อมูลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามคิดว่าถ้าเราเป็นสถานทูต แล้วมีคนนึงอยากขอเข้าประเทศ เราจะอยากรู้อะไรบ้างเพื่อป้องกันไม่ให้คนที่หลุดเข้าไปกลายเป็นโรบินฮู้ดร่อนเร่ค่ะ (โดยเฉพาะผู้ให้ทุนเนี่ย สำคัญค่ะ)
  2. หนังสือเดินทางราชการของเราพร้อมสำเนาหน้าแรก 1 ฉบับ ถ้ามีเล่มเก่าก็เอาไปด้วย
  3. หนังสือนำจากกระทรวงต่างประเทศที่ได้มาตอนทำพาสปอร์ต พกไปด้วย ไม่ต้องสำเนานะคะ
  4. สำเนาบัตรประชาชน
  5. ใบประกาศว่าเราเรียนจบการศึกษาจากที่ไหน ตัวจริงพร้อมสำเนา (ปริญญาก็ได้ค่ะ)
  6. จดหมาย offer จากสถาบันการศึกษาในอังกฤษที่เป็น unconditional offer (ไม่แน่ใจว่า con ได้หรือเปล่า) ตัวจริงพร้อมสำเนาค่ะ
  7. จดหมายยืนยันจากผู้ให้ทุน ระบุจำนวนเงินที่ให้ทุนชัดเจนนะคะ ตัวจริง ถ้าจะขอคืนก็ให้สำเนาไปด้วย
  8. Statement ธนาคาร 6 เดือนของเราหรือผู้ให้ทุน ขอได้จากธนาคารหรือปรินท์ออกมาถ้าใครมี internet bank ค่ะ
  9. ใบรับรองจาก IOM ตัวจริงพร้อมสำเนา
  10. รูปถ่ายที่ "พื้นหลังสีขาวเท่านั้น!!!" 1 ใบ (ถ้าไม่มีจะไปลุ้นถ่ายที่นั่นก็ได้ค่ะ 250 บ.)
  11. ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน 6,930 บ. >> เป็น cashier cheque สั่งจ่ายสถานทูตอังกฤษเท่านั้น!! เงินสดไม่รับนะคะ

ลืมถ่ายเอกสารที่นั่นก็มีบริการใบละ 3 บ.ค่ะ ถ้าแต่งงานแล้วก็จะมีพวกทะเบียนสมรสด้วยนะคะ เตรียมให้พร้อมค่ะ

อ๊ะๆๆๆ...อย่าเพิ่งไปยื่นค่ะ เขาไม่รับเงินสดแล้วนะคะ เราต้องไปซื้อ cashier cheque สั่งจ่ายสถานทูตอังกฤษค่ะ ให้ไปที่ธนาคารตรงชั้น 1 ของอาคารรีเจนท์เฮาส์ค่ะ กรอกใบซื้อแคเชียร์เช็ค รับบัตรคิวแล้วรอ เสร็จแล้วบอกเทลเลอร์ว่า "ซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายสถานทูตอังกฤษ 6,930 บ." เขามีเตรียมไว้เป็นกระบุงเลยค่ะ เราก็จ่ายเงินรวมค่าธรรมเนียมเป็น 6,950 บ.นะคะ เอาเช็คมาแล้วเก็บตัว copy ไว้เบิก

เสร็จแล้วก็เดินทางไปยื่นเลยค่ะ เขามีระบบนัดเวลา แต่ประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าถึงไม่นัดเขาก็รับยื่นเร็วมากๆ เลยค่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วง

ลุย VFS

ไปถึงก็เซ็นชื่อลงเวลาเข้า ถ้ามีมือถือก็ฝากแล้วรับบัตรคิวค่ะ (ขากลับลืมเอากลับด้วย ต้องกลับมาเอาอีกรอบ เซ็งโลดค่ะ) เข้าไปก็รอเรียกนะคะ ถ้าไม่มีรูปถ่ายมาก็ถ่ายรูปก่อนค่ะ เขาถ่าย ใช้เวลาปรินท์ 10 นาที ถึงคิวเรายื่นเอกสารก็ไม่ต้องกลัว บอกที่เคานท์เตอร์ว่ารอรูป เขาก็ให้รอค่ะ (คงเจอประจำ)

ระหว่างนั่งรอคิว ก็จะมีน้องสาวคนสวยจากบริษัท Mondial ที่เขาทำสัญญากับ VFS มาแจกใบปลิวค่ะ ในใบปลิวน่าสนใจมากๆ เขานำเสนอบริการเพื่อให้เดินทางไปอังกฤษโดยไม่ต้องกังวลนะคะ บริการที่ว่าก็ประกอบด้วย Oyster หรือบัตรโดยสารรถใต้ดินและรถบัสในลอนดอนค่ะ, Sim โทรศัพท์ที่อัตราค่าโทรกลับมาไทยนาทีละ 0.06 ปอนด์ (ต้องไปใส่เครื่องและโทรตอนอยู่นู่น) เป็น sim เติมเงินค่ะ, บัตร EU Rail หรือบัตรโดยสารรถไฟไปทั่ว EU สำหรับคนจะไปเที่ยวต่อในยุโรป และประกันภัยเดินทางนะคะ

เสียดายตอนนั้นสติแตกเลยไม่ได้ซื้อ Sim (พอดีได้ Oyster มาแล้ว) สงสัยต้องไปซื้อที่นู่นค่ะ เฮ้อ...

ยื่นเอกสาร

เราก็แค่ยื่นๆๆๆ ทั้งหมดให้เขาค่ะ ตัวเองดันลืมจ.ม.ยืนยันจากสปอนเซอร์ วันรุ่งขึ้นเขาเลยโทรมาถามค่ะว่าทางสถานทูตเขาไม่เชื่อว่าเรามีทุนเพราะไม่มีจดหมายรับรอง สรุปว่ายอมออกให้รึเปล่าก็ไม่รู้ (แต่รู้สึกจะออกให้) เพียงแต่จะทำให้ขั้นตอนมันล่าช้าไปอีกค่ะ วันนี้ควรจะได้รับแล้วแท้ๆ แต่ยังไม่ได้เลย เฮ้อ...

บางท่านไม่สะดวกมารับเอง ถ้าอยู่ต่างจังหวัดเขาสามารถส่งไปที่ศูนย์ตัวแทนจัดส่งเอกสารได้นะคะ ถ้ากรุงเทพฯ และปริมณฑลใช้ messenger ได้ค่า ค่าบริการ 310 บ. ขึ้นกับระยะทางด้วยค่ะ เราใช้บริการนี้ แต่...3 วันแล้วนา ยังไม่ได้เลยอ้ะ พรุ่งนี้ติดเสาร์อาทิตย์อีกตะหาก เฮ้อ...ถอนหายใจมาหลายเฮือกแล้ว

ยื่นครบ เขาก็จะให้เราเดินไปทางห้องเก็บลายนิ้วมือค่ะ รับบัตรคิวแล้วนั่งรอ เก็บลายนิ้วมือเสร็จเขาก็จะให้ใบเสร็จเรามาเพื่อนำมาวันรับวีซ่านะคะ เอกสารตัวจริงและสำเนาทั้งหมดจึงอยู่ที่เขา กลับบ้านตัวเบาเลยค่ะ

ออกจาก VFS

เซ็นชื่อออกแล้วอย่าลืมเอาโทรศัพท์ที่ฝากไว้กลับด้วยค่ะ โชคดีที่แม้ลืมแต่นั่งเปิปติ่มซำฟุราม่าอยู่แถวสวนลุมฯ นึกได้เลยย้อนกลับไปเอาค่ะ เฮ้อ...มีแต่เรื่องชวนเสียวไส้

อย่าลืมประทับตราบัตรจอดรถด้วยนะคะ

ขั้นตอนต่อไปคือซื้อตั๋ว แต่เนื่องจากจะซื้อผ่านอะไรก็ตาม ก็เบิกได้หมดค่ะ ดังนั้นจึงขอผ่านขั้นตอนนี้ไป แต่แนะนำให้ซื้อ "ตั๋วนักเรียน" และดูน้ำหนักกระเป๋านะคะ บางเอเยนซี่จะทำยังไงไม่รู้ให้ได้ถึง 30kg ค่ะ (ปกติ 20kg) และบางทีเขาก็แถมบัตรนักศึกษานานาชาติ (ISIC) ให้ด้วย ตรวจสอบตามความต้องการนะคะ